กรมชลฯ เตือน 4 จังหวัด

โฆษณา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานว่า จากการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ และวิเคราะห์สถานการณ์น้ำฝนและน้ำท่า

ทำให้กรมชลประทานพิจารณาปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ระหว่าง 2,000 – 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะค่อยๆ ทยอยเพิ่มการระบายน้ำเป็นลำดับ

โดยปริมาณน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.30 – 1.00 เมตร ในช่วงวันที่ 26 – 29 กันยายน 2564 ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ดังนี้

1) จังหวัดอ่างทอง คลองโผงเผง, อำเภอป่าโมก, ตำบลเทวราช อำเภอไชโย, วัดไชโย

2) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คลองบางบาล, ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา, ตำบลลาดชิด, ตำบล ท่าดินแดง อำเภอผักไห่ (แม่น้ำน้อย)

3) จังหวัดชัยนาท ตำบลโพนางดำ, บ้านท่าทราย อำเภอสรรพยา

โฆษณา

4) จังหวัดสิงห์บุรี ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี, วัดสิงห์, วัดเสือข้าม อำเภออินทร์บุรีม อำเภอเมือง, อำเภอพรหมบุรี

กรมชลประทานจะเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยควบคุมการปิด – เปิด ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสมุทรปราการ ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และจะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำ ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอย่างเต็มศักยภาพโดยมิให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพของพื้นที่ เตรียมพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ย งสามารถปฏิบัติงานได้ทันที

และได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานกาณ์น้ำในระยะนี้อย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา

โฆษณา

อย่างไรก็ตาม กรมชลฯ เร่งระบายน้ำหลังเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผล 4 จังหวัดจ่อน้ำขึ้นสูงสุด 1 เมตร เตรียมตัวรับมือ