หัวหน้าคนงานพูดแล้ว ตอนอยู่ในเหตุการณ์ระเบิด

เมื่อเวลา 23.45 น.วันที่ 5 ก.ค.64 เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดวาล์ว บ่อเก็บสารเคมี ได้เป็นผลสำเร็จ และทำการดับไฟโดยรอบให้มอดลงได้ โดย นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ ได้แถลงข่าว พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ลงพื้นที่มาติดตามการดับไฟ ที่ บ.หมิงตี้เคมิคอล ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย ดับเพลิง ปภ.มาทำการดับเพลิงที่ไฟลุกไหม้ และมีกลุ่มควันดำที่เป็นสารเคมีอันตราย โดยใช้เวลากว่า 22 ชม.โดยระดมรถดับเพลงสารเคี และน้ำยาโฟม กว่า 70,000 ลิตร จากรัฐและเอกชน ทั้ง ปตท.และบางจาก รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เชียวชาญมาสนับสนุนด้วย

เวลา 00.30 น.เกิดไฟปะทุขึ้นอีกครั้ง บริเวณใกล้ถังเก็บสารเคมี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมกำลัง รถดับเพลิง เข้าฉีดน้ำยาโฟม ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส กลับเข้ามาดูเหตุการณ์ในช่วงเวลา 01.30 น.พร้อมด้วยผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ โดยให้รถดับเพลงของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา มาสนับสนุนรถของ ปภ.แต่เนื่องจากไม่มีหัวต่อทำให้โฟมไม่เข้มข้นพอ จึงต้องใช้เวลาแก้ปัญหาจนถึง 04.00 น.

นายณัฐทัณฑ์ ละอองฟอง ผู้เชี่ยวชาญกลุ่ม บ.ปตท.หรือ PTT Group Seal แนะนำให้ส่งกำลังดับเพลิง นำสายฉีดเข้าไปฉีดน้ำยาโฟมให้ทั่วถึง เพื่อให้โฟมปกคลุมไม่ให้ไฟปะทุ ซึ่งก็สำเร็จในเวลา 05.00 น. นายณัฐทัณฑ์ ยืนยันว่า หลังจากปิดวาล์วบ่อสารเคมีแล้ว ไม่มีโอกาสระเบิดขึ้นอีก และสารเคมีในบ่อน่าจะเหลือน้อยแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าติดตามการปะทุของไฟ โดยมีชุดดับเพลิงคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในระหว่างการลงพื้นที่ของ ร.อ.ธรรมนัส ได้มีการประกาศตามหาผู้จัดการโรงงาน เพราะตั้งแต่เกิดเหตุไม่เห็นทางโรงงานส่งวิศวกร หรือให้ข้อมูลเพื่อการวางแผนในการกู้ภัยของเจ้าหน้าที่ โดยสั่งการให้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สมุทรปราการ ติดตามตัวมาให้ข้อมูลโดยด่วน

จนเวลา 03.00 น.นายสุเมธ มั่นคง หัวหน้าคนงาน บ.หมิงตี้เคมิคอล ถูกนำตัวมาที่หน้างาน โดยเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บ จึงไปพักรักษาตัวและรอให้ทางผู้จัดการรวมถึงเจ้าของบริษัท สั่งการว่าจะเข้ามาดำเนินการอย่างไร ซึ่งยืนยันว่า ในโรงงานมีบ่อสารเคมี 1 บ่อ บรรจุ 1.6 ล้านลิตร คาดว่าจะถูกไฟไหม้ไปเกือบทั้งหมด และใต้ดินไม่มีสารเคมีแล้ว จึงไม่น่าจะมีเหตุอันตราย นอกจาสารเคมีที่สะสมอยู่ในชั้นใต้ดินที่อาจทำให้เกิดไฟปะทุขึ้นได้ ก่อนถอนกำลังออกไปในเวลา 05.00 น.

นายสุเมธ เปิดเผยว่า สาเหตุเบื้องต้นที่เกิดระเบิดมาจากสารเคมีรั่ว เวลาประมาณ 2 นาฬิกากว่า คนงานเรียกตนเองให้มาดู ขณะอยู่หน้าโรงงาน พบว่ามีกลิ่นสาเคมีเต็มพื้นที่ จึงไม่ให้คนงานเข้าไปภายในเพราะอันตรายถึงชีวิต จากนั้นในเวลา 3.00 น. ก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น และมีไฟไหม้ตามมา ซึ่งใน บ.มีพนักงาน 11 คนรวมตนเองและผู้จัดการชาวไต้หวันที่ติดอยู่ภายในชั้น 2 ต้องใช้เวลานำออกมากว่า 2 ชม.

ทางบริษัทเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เคยเกิดมาก่อนตั้งแต่ตั้งโรงงานมากว่า 30 ปี และโรงงานนี้สร้างมาก่อนจะมีโรงงานอื่นและหมู่บ้านจัดสรรล้อมรอบ โดยทางบริษัทยินดีเยียวยาค่าเสียหายให้กับบ้านเรือนผู้เสียหาย รวมทั้งผุ้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในขณะที่บริษัทมีการทำประกันไว้ 400 ล้านบาท แต่ความเสียหายไม่น่าจะมีนับพันล้านบาท

จนกระทั่งเช้าเวลา 07.00 น.ได้เกิดไฟปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่เล็กน้อย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังฉีดโฟมเข้าไปใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเพลิงสงบ ก่อนจะระดมฉีดโฟมไปทั่วบริเวณ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ที่มา The Reporters