โรงพยาบาลดัง ชี้แจงแล้ว ปมเกิดดราม่า ปฏิเสธแม่อุ้มลูกมารักษา

โฆษณา

จากกรณีที่คุณแม่ท่านหนึ่ง ได้โพสต์เฟซว่าลูกไม่สบายหนักมาก วิ่งหาโรงพยาบาลตั้งแต่เช้า แต่หลายที่ปฎิเสธ จนกระทั่งถึงตี 3 ทางแม่ตัดสินใจไลฟ์ในเฟซเพื่อขอมีให้ โรงพยาบาลซักแห่งรับน้องแต่แล้ว เมื่อถึงโรงพยาบาลสุดท้ายก็ยังไม่รับลูก เข้ารักษาคำถามคือ ซึ่งทางคุณแม่เผยว่าลูกและแม่ เป็นผู้ติด CV-19

ต่อมามี พลเมืองดีคือ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วย ส.ส. เขตสายไหม เจ้าของเฟซบุ๊ก Eakpob Laungprasert ได้ประสาน ไปยัง ผอ. โรงพยาบาลภูมิพล เมื่อตอนตี 5 ที่ผ่านมา ซึ่งทาง ผอ.โรงพยาบาลภูมิพล ยืนยันจะรับคนไข้ทั้ง 3 คนไว้รักษา

ล่าสุดมีรายงานว่า โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึงให้ข้อมูล โดยยอมรับว่า เคสดังกล่าวได้เดินทางมาขอรับการรักษากับโรงพยาบาลเป็นแห่งแรกจริง เนื่องจากลูกวัย 11 เดือนมีอาการ ไข้สูง 38.9 องศา ซึ่งพยาบาลเห็นความสำคัญว่ามีเด็กมาด้วย จึงพาตัวมาอยู่ที่ห้องเนกาทีฟเพรสเชอร์ หรือห้องความดันลบ ซึ่งมีอยู่เพียง 1 ห้องเท่านั้น และได้รีบเช็ดตัวเพื่อลดไข้ให้ แต่ไม่ได้ให้ยา เพราะเพิ่งไปรับการรักษาที่คลินิกอื่นมา กลัวว่าจะให้ยาซ้ำ จะทำให้ยาเกินขนาด จากนั้นได้ซักประวัติผู้ป่วย ทราบข้อมูลว่า ได้ไปพื้นที่เสี่ยงที่มีผู้ป่วยโควิด-19 จึงพาไปตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 แบบแอนติเจน ทราบผลแม่และลูกเป็นบวก ส่วนพ่อ ผลเป็นลบ จึงรายงานให้แพทย์ทราบ ซึ่งแพทย์ได้ชี้แจงกับครอบครัวดังกล่าวว่า การตรวจแบบแอนติเจน ให้ผลแม่นยำราว 96-98% จำเป็นต้องยืนยันผลด้วยการตรวจแบบ PCR อีกครั้ง จึงขอให้ทั้ง 3 ตรวจ PCR รวมถึงได้ให้ยาลดไข้ พร้อมตรวจเลือดและเอ็กซเรย์ปอดของแม่ โดยระหว่างรอผลตรวจ PCR ได้บอกให้ผู้ป่วยใจเย็น และกลับไปพักรอที่บ้านก่อน เนื่องจากอาการไข้ของลูกเริ่มลดลงแล้ว และผลตรวจเลือดและปอดของแม่เป็นปกติ พร้อมได้กำชับคนไข้ ในระหว่าง 48 ชั่วโมงห้ามออกไปไหนเด็ดขาด

โฆษณา

จากนั้นช่วงค่ำ คนไข้ทั้ง 3 ได้กลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เนื่องจากลูกมีไข้ขึ้นสูง พยาบาลก็ได้พาตัวเข้าไปรอผลตรวจในห้องเนกาทีฟเพรสเชอร์ และพยาบาลได้ช่วยดูแลตามมาตรฐานวิชาชีพ พร้อมแจ้งไม่รับคนไข้รายอื่น เนื่องจากมีคนไข้ใช้ห้องแล้ว แต่พ่อไม่พึงพอใจห้องเนกาทีฟเพรสเชอร์ ที่มีขนาดเล็ก ไม่สะดวกสบาย เพราะไม่มีห้องน้ำในตัว มีเพียงห้องน้ำลอยหรือห้องน้ำเคลื่อนที่ จึงลงชื่อในเอกสาร ปฏิเสธการนอนดูอาการในห้องเนกาทีฟเพรสเชอร์ตามแพทย์สั่ง และบอกจะไปหาเตียงเอง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งโรงพยาบาลสินแพทย์ยอมรับว่า ขณะนี้เตียงเต็มจริง ที่ผ่านมาหากพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แบบไม่มีอาการ จะให้ผู้ป่วยกลับไปกักตัวเองอยู่ที่บ้าน รักษาตามอาการ โดยทางโรงพยาบาลมีบริการโทรศัพท์ปรึกษาแพทย์และส่งยาให้ถึงบ้าน แต่หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ก็จะติดต่อโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งได้แก่ รพ.วิภารามชัยปราการ และ รพ.วิภาราม พัฒนาการ ในการรับผู้ป่วยไปดูแลตอไป

ส่วนที่ โรงพยาบาลศิครินทร์ ถ.ลาซาล แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวได้ประสานขอสัมภาษณ์ผู้อำนวยการหรือผู้บริหารโรงพยาบาล เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า วันนี้ (11 เม.ย.) เป็นวันหยุด ผู้อำนวยการไม่ได้เข้ามาปฏิบัติงาน ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมว่า เคสแม่-ลูกป่วยโควิด-19 ได้เดินทางมาขอรับการรักษาที่โรงพยาบาลสาขานี้จริงหรือไม่ และทางโรงพยาบาลมีเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งหมดกี่เตียง แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธขอไม่ให้ข้อมูลใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากอำนาจในการให้ข้อมูลอยู่ที่ผู้อำนวยการเพียงคนเดียว ให้ติดต่อผ่านคอลเซนเตอร์ เพื่อขอสัมภาษณ์ในวันทำการเท่านั้น

โฆษณา

ที่มา one31