ชีวิตล่าสุด คุณลุงเงินหาย 1.5 แสนจากบัญชี

โฆษณา

จากกรณี นายบุญสวน จันใด อายุ 68 ปี สะสมเงินไว้ในธนาคารสาขาสกลนคร และต้องการที่จะถอนเงินจำนวน 2,000 บาท แต่เงินกว่า 150,000 บาทกลับหายเกลี้ยงบัญชี ทั้งที่ไม่เคยเบิกหรือถอน มีเพียงสมุดบัญชีที่ไม่ได้ทำบัตรเอทีเอ็ม และไม่เคยผูกแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการเงินนั้น

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

จากกรณี นายบุญสวน จันใด อายุ 68 ปี สะสมเงินไว้ในธนาคารสาขาสกลนคร และต้องการที่จะถอนเงินจำนวน 2,000 บาท แต่เงินกว่า 150,000 บาทกลับหายเกลี้ยงบัญชี ทั้งที่ไม่เคยเบิกหรือถอน มีเพียงสมุดบัญชีที่ไม่ได้ทำบัตรเอทีเอ็ม และไม่เคยผูกแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการเงินนั้น

นายบุญสวน เปิดถังข้าวให้ทีมข่าวอยู่เหลือประมาณครึ่งถัง และกินได้อีกประมาณ 3 วัน รวมถึงได้พาทีมข่าวไปหาลูกชายที่นอนป่วย สังเกตเห็นว่ามีกับข้าว น้ำพริกและหมูทอดเหลือเพียงเล็กน้อย พร้อมได้นำกระเป๋าสะพายซึ่งพกติดตัวไปเป็นประจำมาให้ทีมข่าวดู และหยิบสมุดบัญชีของธนาคาร สเตตเมนต์มาให้ทีมข่าวดู นอกจากนี้ ได้เปิดโทรศัพท์ให้ทีมข่าวดู พบว่ามีแอปพลิเคชันธนาคาร แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน และมีแอปพลิเคชันกระเป๋าตังค์ ซึ่งภายในนั้นไม่ได้ผูกติดกับบัญชี และไม่มีเงินอยู่

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

นายบุญสวน จันใด อายุ 68 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันที่ 8 มี.ค. 64 ตนไปถอนเงินที่ธนาคารใน อ.เมืองสกลนคร โดยตนตั้งใจจะถอนเงินประมาณ 2,000 บาท เพื่อนำไปซื้อข้าวสาร เพราะข้าวที่บ้านใกล้หมดแล้ว แต่เงินในบัญชีที่เคยมีอยู่ประมาณ 150,000 กว่าบาท กลับเหลือเพียง 700 บาท

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

วินาทีที่ทราบเรื่อง ตนรู้สึกเหนื่อยมาก และเกือบจะเป็นลม เพราะเงินจำนวนนั้นตนหามาทั้งชีวิต เงินของตนถูกโอนไปยังต่างธนาคาร และโอนไปถึงปลายทาง 3 คน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านั้นตนไม่รู้จัก ปกติแล้วตนจะไปธนาคารเดือนละ 1-2 ครั้ง ซึ่งเดือน ม.ค. ตนไปประมาณ 2 ครั้ง ส่วนเดือน ก.พ. ตนไม่ได้ไป ซึ่งบัญชีดังกล่าว ตนสมัครมาแล้วหลายปี แต่ตนทำสมุดหาย และเพิ่งจะไปเปลี่ยนเล่มสมุดใหม่ได้ไม่ถึงปี

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ซึ่งตนเป็นคนสมัครบัญชีธนาคารเอง และไปสมัครคนเดียว เงินจำนวนนั้นตนเก็บออมมาหลายสิบปี และตนได้เงินมากจากการทำงาน ทั้งจากการเลี้ยงวัว แล้วนำวัวไปขาย และจากการทำงานรับจ้างทั่วไป รายได้ครั้งละ 100-200 บาท และเงินบางส่วนลูกหลานก็โอนมาให้ใช้ ทั้งนี้ตนตั้งใจจะเก็บเงินใช้ในบั้นปลายของชีวิต เพราะตอนนี้ตนอายุเยอะมากแล้ว ทำงานไม่ไหว อีกทั้งตนยังมีลูกพิการเส้นเลือดในสมองแตกที่ต้องเลี้ยงดู ขณะนี้ตนยังพอเงินมีติดตัว สำหรับซื้อข้าวกินแต่มีไม่ถึง 1,000 บาท และหลังจากนี้คงจะยืมเงินจากญาติพี่น้องใช้ก่อน

โฆษณา

ทั้งนี้ ตนไม่เคยสมัครแอปพลิเคชันของธนาคาร แต่เมื่อเดือน ต.ค. 2563 ตนเคยขอให้คนที่รู้จักกันเป็นคนพิการ สมัครแอปลิเคชันเป๋าตังค์ เพื่อจะเอาเงินรูดสินค้า นอกจากนี้ เมื่อช่วงเดือน ก.พ. ตนยังเคยนำโทรศัพท์ไปให้นางสมอน แม่ค้าส้มตำช่วยสมัคร “ไทยชนะ” ให้ แต่นางสมอนไม่รู้จักสมุดบัญชีของตน และไม่ได้นำบัญชีผูกกับแอปพลิเคชัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้ว่าใครเป็นคนนำเงินของตนไป เพราะทุกครั้งที่ตนไปธนาคารและถอนเงิน ตนไปคนเดียวตลอด ตนไม่เคยมอบหมายให้ใครไปถอนเงินให้

และตนสงสัยว่าทำไมธนาคารถึงโอนเงินไป ทั้งที่ยังไม่ได้รับคำยินยอมจากตน หลังจากนี้ ตนยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ และไม่รู้ว่าจะกล้าฝากเงินที่ธนาคารอีกไหม แต่ธนาคารยืนยันว่าอายัดให้หมดแล้ว ถ้าตนมาฝากเงินอีกก็ไม่มีปัญหา สุดท้ายนี้ ตนอยากจะได้เงินของตัวเองคืน และขอให้เจ้าหน้าทีที่เกี่ยวข้องช่วยตามเรื่องให้

นางสมอน (นามสมมติ) อายุ 37 ปี แม่ค้าส้มตำที่เคยจับโทรศัพท์ของนายบุญแสน เปิดเผยว่า วันที่ 18 ก.พ. นายบุญสวนขอให้ตนช่วยอัปเดตแอปพลิเคชัน “เราชนะ” ให้ ซึ่งนายบุญสวนโหลดแอป และสมัครมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้รับสิทธิเราชนะอยู่แล้ว โดยตอนที่อัปเดตแอปพลิเคชันไม่ได้ผูกกับบัญชีธนาคาร และตนไม่ได้สมัครแอปพลิเคชันอื่นให้ ตนไม่ได้กดไปดูว่าในโทรศัพท์มีแอปอะไรบ้าง และมีแค่นายบุญสวนเท่านั้นที่รู้รหัสโทรศัพท์ ทั้งนี้ ตนกับนายบุญสวนสนิทกันอยู่แล้ว และนายบุญสวนมักจะแวะมาที่บ้านของตนเป็นประจำเพื่อมานั่งเล่น และกินข้าว

กระทั่งวันที่ทำเงินหาย ได้โทรมาบอกให้ตนไปแจ้งความเป็นเพื่อน ซึ่งตอนแรกนายบุญสวนบอกว่าเงินหาย 70,000 บาท และมาบอกอีกครั้งว่า เงินหาย 100,000 บาท แต่หลังจากเงินหายได้ 1 สัปดาห์แล้ว นายบุญแสนก็ไม่ได้มาอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เรียกตนเข้าไปสอบถาม เพราะวันนั้นตนก็ไปหาตำรวจพร้อมนายบุญสวน แต่ตำรวจไม่ได้ถามอะไร ทั้งนี้ตนไม่เคยรู้มาก่อนว่า นายบุญแสนมีเงินในบัญชีเท่าไร เพราะนายบุญแสนไม่เคยบอกใคร นายบุญแสนเป็นคนใจดี ไม่ใช่คนที่หวงเงิน และหากมีคนขอยืมเงินก็ให้ยืมตลอด ส่วนตัวเคยขอยืมเงินประมาณ 200-300 บาท จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และตนรู้สึกสงสารมาก เพราะเงินหายไปเยอะ ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองสกลนคร เปิดเผยว่า

ตอนนี้ข้อมูลทุกอย่างอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่ขอกล่าวพาดพิงถึงใคร เพราะเกรงจะกระทบกับคดี เบื้องต้น ทางธนาคารชี้แจงให้ผู้เสียหายฟังว่าเกิดเหตุได้อย่างไร ขณะผู้เสียหายได้รับทราบข้อมูลแล้ว ส่วนกรณีเงินที่หายไปนั้น ขึ้นอยู่กับว่าโอนถูกต้องตามความต้องการของเจ้าของบัญชีหรือไม่ หากไม่ถูกต้องก็จะได้รับเงินคืน และในส่วนของการลงทะเบียนผ่านทางแอปพลิเคชันนั้นจะต้องมีการสแกนใบหน้าและถ่ายรูปบัตรประชาชนด้วย ทั้งนี้ ทางธนาคาพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

โฆษณา

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์ทีวี