เปิดใจ ป้าเก๋งฟ้าในตำนาน ลั่นไม่เคยผิด

กรณีน.ส.ศศิณัฐ ฮวดใจรักษ์ อายุ 24 ปี ถูกรถเก๋งยี่ห้อ Honda Brio สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กน 7018 กทม. ชนท้ายรถจักรยานยนต์ ทะเบียน 6 กว 5174 กทม ถูกชนเเล้วหนีพร้อมด้วยลูกวัย 3 ขวบ โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดบริเวณแยกซอยวัดโบสถ์ดอนพรหม ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าเเจ้งความไว้ที่ สภ.บางใหญ่

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ทั้งนี้ภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพเวลาประมาณ 16.58 น. ของวันที่ 10 มี.ค.64 มีป้าขับรถเก๋งคันดังกล่าว ชนท้ายรถจักรยานยนต์คู่กรณี บริเวณหน้าธนาคารกสิกรสาขาบางใหญ่ เเล้วขับหนีมาบริเวณเเยกปากซอยวัดโบสถ์ดอนพรหม ซึ่งขณะนั้นรถติด ผู้เสียหายจึงลงมาเคาะกระจกเพื่อที่จะพูดคุย เเต่ป้าไม่ยอมลงมาคุย

ทำท่าทีโวยวายภายในรถเเละตะโกนด่า ซึ่งมีวินจักรยานยนต์ ประมาณ 2-3 คัน ขี่มาดักรถเก๋งป้าไว้ เเต่ยังขับรถหนีไปถึงเเยกไฟเเดงการไฟฟ้าบางใหญ่ เเล้วย้อนศรกลับมาทางเดิม เเละรีบหนีไปในที่สุด

น.ส.ศศิณัฐ ฮวดใจรักษ์ อายุ 24 ปี กล่าวว่า ตนถูกรถเก๋งยี่ห้อ Honda Brio สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กน 7018 กทม. ชนท้ายรถจักรยานยนต์เเล้วหนี วันนั้นตนจะไปตลาดขี่รถเอาลูกไปด้วย โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณแยกซอยวัดโบสถ์ดอนพรหม ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งหลังจากเกิดเหตุได้เข้าเเจ้งความไว้ที่ สภ.บางใหญ่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามตัวคนขับมาดำเนินคดี

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

โดยพบว่าคนขับรายนี้เป็นหญิงที่โลกออนไลน์รู้จักกันดีจนเรียกกันว่า ป้า brio หัวร้อน เพราะมักขับรถเก๋งคันนี้ไปปาดหน้า ปาดหลัง ปาดซ้าย ปาดขวา บีบแตรใส่ชาวบ้าน บางทีก็เปิดกระจกด่า บางครั้งมีอุบัติเหตุก็ขับหลบหนี จนชาวบ้านระอา

ล่าสุดลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่ง ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของป้าเจ้าของรถ Honda Brio สีฟ้า ขณะที่ทีมข่าวลงพื้นที่ปรากฏว่าได้พบกับรถคันดังกล่าว พร้อมกับป้าเจ้าของรถ สอบถามป้าเจ้าของรถ กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 มี.ค. 64 ที่ผ่านมา ตนจอดรถรอสัญญาณไฟจราจรอยู่บนถนน จากนั้นได้มีรถแท็กซี่แทรกขึ้นมาด้านหน้า

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ซึ่งแท็กซี่อยู่ด้านขวา และมีรถมอเตอร์ไซค์อยู่ด้านซ้าย แท็กซี่เสียบมาอยู่ด้านหน้า ตนจึงลดกระจกบอกแท็กซี่ว่า ไปไม่ได้ ไปไม่ได้เลย คุณจะเสียบมาทำอะไร จากนั้นไม่นานได้มีรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถของคู่กรณี ขณะนั้นมีเด็กนั่งมาด้วย 3 คน พร้อมกับคนเป็นแม่ผู้ขับขี่ เข้ามาปาดข้างหน้ารถของตน ทางคนขับรถมอเตอร์ไซค์ ก็มาใช้ถ้อยคำขึ้น มึง กู มึงนี่เองมาคุยกับกูหน่อย ตนยังงงใจอยู่เลยว่าตนไปทำอะไรให้ถึงต้องมาด่า ตนยืนยันว่าตนไม่ได้ปาดหน้า

จากนั้นทางฝั่งผู้หญิงเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ ก็ได้ลงมาทุบรถของตน เพื่อให้ตนลงจากรถ ผ่านไปไม่นานมีวินมอเตอร์ไซค์ได้ตามมาจอดขวางหน้ารถตน และได้พยายามทุบ เคาะรถของตนอย่างแรง แต่ขณะนั้นตนไม่ลงจากรถ เพราะตนก็กลัวว่าจะเป็นอันตราย และคิดในใจว่า จะลงไปทำไม เพราะตนก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย

ตนยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่เคยไปขับรถปาดหน้ารถคันอื่น ๆ ซึ่งตนเป็นนักซิ่งรถมาตั้งแต่อายุ 16 ปี รู้จักกฎจราจรบนถนนเป็นอย่างดี มีแต่รถคันอื่นเท่านั้นเข้ามาปาดหน้าและชนท้ายรถของตนบ่อยทุกครั้ง ซึ่งเห็นได้จากสภาพของด้านหน้ารถ ที่บุบพังยับ และกระจกรถด้านขวาก็หลุดหักลงมา จากฝีมือของคนที่มาทุบรถของตน

ในระหว่างที่ทีมข่าวกำลังจะสัมภาษณ์เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง ปรากฏว่าป้าเจ้าของรถที่ก่อเหตุ ได้เดินออกมาจากบ้าน และมีการตะโกน อาละวาดโวยวายกับทีมข่าว เนื่องจากไม่อยากให้ไปสัมภาษณ์บุคคลอื่น แต่ขณะนั้นทีมข่าวก็พยายามอธิบายเพื่อให้เข้าใจว่า จะต้องเสนอข่าวและชี้แจงกันทั้ง 2 ฝั่ง และตะโกนบอกกับทีมข่าวอีกว่า สัมภาษณ์ดิฉันเสร็จแล้ว ก็ต้องรีบออกไป

ทั้งนี้ตนทราบมาว่าป้าเจ้าของรถคันดังกล่าว เป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ในย่านบางกรวย – ไทรน้อย แต่ทางหัวหน้างานให้กลับมาอยู่บ้าน ไม่ให้กลับเข้าไปทำงานมาได้สักระยะแล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นได้ โดยอยู่กันเพียง 2 แม่ลูกเท่านั้น โดยมีลูกชายอยู่ 1 คน ซึ่งพฤติกรรมของป้าเจ้าของรถที่แสดงออกมาน่าจะมีปัญหาสุขภาพจิต ทางด้านลูกชายก็มีลักษณะที่ไม่เข้าสังคมกับคนอื่น เก็บเงียบอยู่แต่ในบ้าน

อย่างไรก็ตาม หญิงผู้ก่อเหตุคนดังกล่าว เป็นคนดังในโลกออนไลน์ ที่มีพฤติกรรมในการขับรถที่ไม่เหมาะสม จนคนในระแวกนั้นต่างรู้ดี และเอือมระอากันอย่างมาก

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว