พระปลัด ที่เคยปีนเสาร้องทุกข์ ถ่อขึ้นเขาทำนายคดี น้องชมพู่

ช่วงเช้าวานนี้ มีพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม จากสำนักปฏิบัติธรรมพุทธยันตรี จ.นครปฐม เดินทางมาที่หมู่บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร เพื่อขอเข้าพบกับครอบครัวพ่อแม่น้องชมพู่

แต่พบว่าครอบครัวไม่อยู่ที่บ้านเนื่องจากออกไปทำธุระต่างอำเภอ จึงได้เดินไปที่บริเวณตีนเขาภูเหล็กไฟ พร้อมทั้งขอให้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติภูพาน โดยอ้างว่าต้องการขึ้นไปสัมผัสกับสถานที่จริง และต้องการที่จะไปสื่อสารกับดวงวิญญาณน้องชมพู่ รวมถึงจะทำพิธีสวดแผ่เมตตา

ในช่วงเที่ยง พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม พร้อมด้วยพระลูกวัด 2 รูป ที่เดินทางมาด้วยกัน ได้ขึ้นไปบนเขา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 2 นาย ใช้เวลาเดินทางขึ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อไปถึงบริเวณจุดพบศพน้องชมพู่ พระครูปลัดธีร ได้หลับตาพร้อมกับท่องบทสวด อุทิศส่วนกุศลให้กับน้องชมพู่ เป็นลักษณะทำนองภาษาบาลี ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที

พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม เปิดเผยว่า หลังจากที่อาตมาได้ขึ้นมาบนเขาภูเหล็กไฟ ยืนยันว่าน้องชมพู่ไม่สามารถขึ้นเขาได้ ซึ่งการที่ขึ้นมาค่อยข้างลำบาก เพราะตลอดทางกว่าจะขึ้นมาถึง ต้องพักหลายครั้ง เรียกว่าถึงกับหอบลิ้นห้อย ด้วยระยะความสูงและความชัน ดังนั้นเด็ก 3 ขวบจึงไม่สามารถขึ้นเองได้

จากเหตุการณ์การตายของน้องชมพู่ครั้งนี้จึงสรุปได้เป็น 2 แนวทาง โดยเป็นเหยื่อของความโกรธแค้นของผู้ใหญ่ ซึ่งหากชมพู่ต้องตายด้วยเรื่องนี้ ก็อยากให้ผู้ใหญ่ปล่อยวางและอโหสิกรรมต่อกัน จะได้ไม่ต้องเป็นเวรเป็นกรรมต่อกัน

หรืออาจเป็นเรื่องของเหยื่อทางสังคม ซึ่งมีคนกำลังสร้างกระแส หรือสร้างข่าวให้สังคมต้องการรับรู้แบบฉบับรายวัน จึงทำให้เกิดเหตุน้องชมพู่ตายก็ได้ ดังนั้นเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และคาดว่าโดยเร็วนี้คดีจะจบลงได้

เมื่อย้อนประวัติของพระรูปดังกล่าว พบว่าวันที่ 18 พ.ค.61 พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม เคยปีนเสาสัญญาณโทรศัพท์ เนื่องจากประสบปัญหาที่ดินสำนักสงฆ์

ต่อมาวันที่ 13 พ.ย.62 พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตธัมโม ได้ปีนขึ้นไปบนเสาสัญญาณโทรศัพท์เป็นครั้งที่ 2 จากปัญหาที่ดินสำนักสงฆ์ ที่เจ้าตัวอ้างว่า ยังไม่ได้รับการแก้ไข